gh-4C'sDiamond

Get to Know the 4C’s of a Diamond 💎

line

4C’s คือหัวใจที่กำหนดความงามและมูลค่าของเพชร หากคุณกำลังมองหาแหวนเพชร แหวนหมั้น หรือเพชร GIA สักเม็ด หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรรู้คือ “4C’s” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการประเมินคุณภาพเพชรทั่วโลก

4C ประกอบด้วย

✦ Carat Weight - น้ำหนักกะรัต

✦ Color - ค่าสี

✦ Clarity - ระดับความสะอาด

✦ Cut - ระดับการเจียระไน

Gemo House แนะนำเพิ่มอีก 1C ที่สำคัญไม่แพ้กัน

✦ Certificate ใบรับรองคุณภาพเพชร จาก GIA เพื่อความมั่นใจว่าเพชรที่ได้รับมีคุณภาพตรงตามหน้าใบเซอร์

เพราะความงามของเพชร ไม่ได้อยู่แค่ขนาด

แต่คือ “คุณภาพในทุกมิติ”

เมื่อเข้าใจ 4C’s คุณจะเลือกเพชรได้อย่างมั่นใจ และได้รับเพชรที่ “สวยงาม คุ้มค่า ตรงกับความต้องการที่สุด”
Gemo House เชื่อว่า “เพชรทุกเม็ดมีความสวยและพิเศษในแบบของตัวเอง” เราจึงตั้งใจคัดสรร Natural Diamond คุณภาพสูง พร้อมให้คำปรึกษาโดยนักอัญมณีศาสตร์อย่างใกล้ชิด

นัดหมายวันเวลาเพื่อเลือกชมเพชรจริงที่ร้าน >

gh-4C'sDiamond1

1. Carat Weight – น้ำหนักกะรัตของเพชร

Carat คือหน่วยชั่งวัดน้ำหนักของเพชร
โดยเพชรขนาด 1.00 กะรัต จะมีน้ำหนักเท่ากับ 0.2 กรัม

เพชร 1.00 กะรัตแบ่งเป็น 100 หน่วยย่อย เรียกว่า “Point”
ในประเทศไทยนิยมเรียกว่า “ตัง” หรือ “สตางค์”
เช่น เพชรขนาด 0.50 กะรัต จะนิยมเรียกว่าเพชรขนาด 50 ตัง หรือ 50 สตางค์

เพชรขนาดใหญ่ ราคาเพิ่มขึ้นอย่างไร?

น้ำหนักกะรัตสัมพันธ์กับ “ขนาด” ของเพชรโดยตรง
ทำให้น้ำหนักกะรัตเป็นเพียงปัจจัยเดียวที่เราสามารถจำแนกขนาดของเพชรโดยคร่าวได้ด้วยตาเปล่า
ยิ่งเพชรมีขนาดใหญ่ ยิ่งขุดพบได้ยาก ราคาต่อกะรัตจึงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด (ไม่ใช่เพิ่มในอัตราคงที่)

ตัวอย่างเช่น :
0.50 ct. ราคา X
1.00 ct. ราคาอาจไม่ใช่ 2X แต่อาจสูงกว่า 2X อย่างมีนัยสำคัญ

คำถามยอดฮิตอย่าง ควรเลือกเพชรขนาดกี่กะรัตดี

การเลือกขนาดของเพชรที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย
✦ ความพึงพอใจส่วนตัว
✦ งบประมาณ
✦ สัดส่วนนิ้ว

ที่เจมโมเฮ้าส์ (Gemo House) เราแนะนำเลือกซื้อเพชรที่มีขนาดกะรัตตามความชื่นชอบและงบประมาณของคุณลูกค้าเป็นหลัก
โดยคุณลูกค้าสามารถนัดหมายเข้ามาลองเทียบขนาดจริง เพื่อให้เห็นสัดส่วนบนมืออย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจ

นัดหมายวันเวลาเพื่อเลือกชมเพชรจริงที่ร้าน >

gh-4C'sDiamond2

2. Color - ค่าสีของเพชร

หมายถึงระดับความเข้มสีที่เจือปน หรือระดับ “ความไร้สี” ของเพชร เป็นสิ่งที่สายตาเรามองเห็นว่าเพชรขาวใสไร้สีเจือปนขนาดไหน
สถาบัน GIA จัดลำดับจากระดับที่ไร้สีเจือปนที่สุดแทนด้วยอักษร D color ไล่เรียงตามลำดับไปจนถึง Z Color จึงเรียกว่า D-Z Color Range
ในประเทศไทยนิยมเรียกคำว่า “สี” แทนด้วยคำว่า “น้ำ”
นั่นคือ แทน D color = น้ำ 100 , E Color = น้ำ 99 , F Color = น้ำ 98 ไล่เรียงไปตามลำดับ

กลุ่ม Colorless คืออะไร?

D E F จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน Colorless ขาวใสไร้สี เพชรยังขาวทั้ง 3 ระดับ มีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเมื่อนำเพชรมาเปรียบเทียบกัน โดยปกติแล้วสายตามนุษย์ จะเริ่มสังเกตเห็นโทนสีชัดขึ้นได้ตั้งแต่ระดับ I Color (น้ำ95) เป็นต้นไป

Fancy Color Diamonds

เพชรนั้นไม่เพียงมีแต่เพชรขาวใสไร้สีที่เรารู้จักกัน แต่เพชรยังสามารถเกิดได้หลากหลายสีที่เรียกว่า “Fancy Colored Diamonds”
ยกตัวอย่างเช่นสีฟ้า สีแดง สีชมพู สีม่วง สีเขียว สีเหลือง สีน้ำตาล สีเทา สีขาว สีดำเป็นต้น ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพแตกต่างจาก D-Z Color Range

Gemo House Selection Standard

สำหรับเพชรขนาดเล็กกว่า 0.18 กะรัต เจมโมเฮ้าส์ (Gemo House) เลือกใช้ Natural Diamond กลุ่ม Colorless ขาวใสไร้สี น้ำ100-99 โดยมีนักอัญมณีศาสตร์คอยตรวจสอบและคัดสรรเพชรโดยยึดหลักเกณฑ์มาตรฐานจากทางสถาบัน GIA ทั้งสภาพแวดล้อมรวมไปจนถึงการจัดแสงไฟในการประเมินคุณภาพเพชร เพื่อให้มีความแม่นยำและไม่เกิดความคลาดเคลื่อนของค่าสี ให้คุณลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่าเพชรที่คุณลูกค้าได้รับสวยงาม เปล่งประกายแน่นอน

ควรเลือกเพชรสีระดับไหนดี?

เนื่องจากบางท่านสามารถแยกความแตกต่างของสีได้อย่างดีเยี่ยม เช่นแยกความต่าง D กับ F ได้ชัดเจน บางท่านมองว่าแทบไม่ต่างกัน
บางท่านมีความชื่นชอบให้เพชรขาวใสไร้สีเจือปนที่สุด ในขณะที่บางท่านอาจรู้สึกชื่นชอบเพชรที่มีความติดสีบางๆ เห็นสีในบางมิติ
เจมโมเฮ้าส์ (Gemo House) ขอแนะนำเลือกซื้อเพชรตามความชอบและความพึงพอใจเป็นหลัก เลือกสีที่ “คุณรู้สึกว่าสวยที่สุด” ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม

หากท่านใดยังไม่แน่ใจว่าชอบชอบเพชรค่าสีไหน จำเป็นต้องน้ำ 100 หรือไม่
สามารถนัดหมายเพื่อเข้ามาเลือกชมเพชรจริง พร้อมเปรียบเทียบได้เลยนะคะ

gh-4C'sDiamond3

3. Clarity - ความสะอาดของเพชร

เป็นการประเมินมลทินหรือตำหนิภายใน (Inclusions) และตำหนิภายนอกของเพชร(Blemishes)
โดยตำหนิของเพชรจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติในระหว่างการเกิดผลึก เป็นร่องรอยจากธรรมชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในผลึกของเพชร เป็นสิ่งที่ใช้บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเพชรแต่ละเม็ดเนื่องจากเพชรแต่ละเม็ดจะมีลักษณะของตำหนิที่แตกต่างกันออกไป

การแบ่งลักษณะตำหนิแบ่งออกเป็นตำหนิภายใน (Inclusions) และตำหนิภายนอก (Blemishes)

มีหลักเกณฑ์ในการจัดระดับค่าความสะอาดขึ้นกับ 5 ปัจจัย ได้แก่

✦ ขนาด (Size)
✦ รูปร่าง (Nature)
✦ ตำแหน่ง (Location)
✦ จำนวน (Number)
✦ ความเห็นได้ชัด (Relief)

โดยพิจารณาประเมินคุณภาพเพชรภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

สถาบัน GIA มีการแบ่งระดับค่าความสะอาดออกเป็น 6 กลุ่ม และ 11 ค่าย่อย ได้แก่

✦ Flawless (FL) เป็นระดับค่าความสะอาดสูงสุด เพชรไม่มีทั้งตำหนิภายใน และตำหนิภายนอก ภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

✦ Internally Flawless (IF) ไม่มีตำหนิภายใน ภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

✦ Very, Very Slightly Included (VVS1 and VVS2) มีตำหนิภายในหรือภายนอกเล็กน้อยมากๆ สังเกตเห็นได้ยากมากๆภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

✦ Very Slightly Included (VS1 and VS2) มีตำหนิภายในหรือภายนอกเล็กน้อย สังเกตเห็นได้ยากภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

✦ Slightly Included (SI1 and SI2) ตำหนิภายในจะมองเห็นได้ง่ายภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า

✦ Included (I1, I2, and I3) ตำหนิภายในมองเห็นได้ชัดเจน สามารถมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งส่งผลต่อความโปร่งใส และการกระจายแสงของเพชร

เพชรที่สะอาดจนถึงขั้นไร้ตำหนินั้นมีโอกาสเกิดผลึกได้ยากจึงมีมูลค่าสูงขึ้นตามลำดับ

ควรเลือกเพชรค่าความสะอาดเท่าไหร่ ?

เจมโมเฮ้าส์ Gemo House เชื่อว่า “เพชรทุกเม็ดมีความสวยและพิเศษในแบบของตัวเอง ไม่มีเพชรเม็ดไหนดีที่สุด มีแต่เพชรที่เหมาะสมกับคุณที่สุด”
ในหลายกรณี VS หรือ SI1 ที่ตำหนิไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Eye-clean) อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก

ธรรมชาติล้วนเป็นสิ่งที่กำหนดกฏเกณฑ์ไม่ได้ ร่องรอยของลักษณะตำหนิภายในเพชรที่เกิดขึ้นล้วนเป็นของขวัญจากธรรมชาติทั้งสิ้น

gh-4C'sDiamond4

4. Cut - การเจียระไน

Cut ไม่ได้หมายถึง “รูปทรง” เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงคุณภาพ สัดส่วน ความแม่นยำ และความปราณีตของฝีมือในการเจียระไนของการเจียระไน
ระดับคุณภาพของการเจียระไนส่งผลต่อความสวยงาม และความสามารถในการสะท้อนแสงที่ตกกระทบกลับออกมา หรือที่เราเห็นเป็นความแวววาว ความระยิบระยับของเพชรนั่นเอง

Cut เป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อ

✦ ความแวววาว (Brilliance)
✦ ไฟ (Fire)
✦ ความระยิบระยับ (Scintillation)

ระดับคุณภาพการเจียระไนแบ่งออกเป็น 5 ระดับ

✦ Excellent
✦ Very Good
✦ Good
✦ Fair
✦ Poor

โดยการเจียระไนเพชรนั้นมีการพิจารณาจาก 3 ส่วน

✦ Cut Grade - การเจียระไน เพื่อดูองค์ประกอบโดยรวม ✦ Polish - การขัดผิว ✦ Symmetry - ความสมมาตรของเพชร

Triple Excellent คืออะไร?

Triple Excellent คือเพชรที่ได้รับการประเมินจากสถาบัน GIA ว่ามีคุณภาพระดับ Excellent ทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่

✦ Cut (การเจียระไนโดยรวม)

✦ Polish (ความเรียบเนียนของผิวเพชร)

✦ Symmetry (ความสมมาตรของเหลี่ยมเพชร)

การที่เพชรได้รับระดับ Excellent ทั้งสามด้าน หมายความว่าเพชรเม็ดนั้นถูกเจียระไนด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทำให้สามารถสะท้อนและกระจายแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ

✦ ความแวววาว (Brilliance) ที่สว่างเต็มหน้าเพชร

✦ การกระจายแสงสีรุ้ง (Fire) ที่ชัดเจน

✦ ความระยิบระยับเมื่อเคลื่อนไหว (Scintillation)

แม้ว่า Triple Excellent จะไม่ได้หมายความว่าเป็น “เพชรที่ดีที่สุดในโลก” แต่ถือเป็นมาตรฐานคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแหวนหมั้นหรือแหวนเพชรที่ต้องการความเปล่งประกายโดดเด่น

Hearts & Arrows คืออะไร?

Hearts & Arrows คือรูปแบบลวดลายแสงที่เกิดขึ้นเมื่อเพชรทรงกลม (Round Brilliant) ถูกเจียระไนด้วยความสมมาตรและสัดส่วนที่แม่นยำสูงมาก

เมื่อส่องด้วยกล้อง Ideal Scope

✦ มองจากด้านบนของเพชร (Top View) จะเห็นลวดลาย “ลูกศร (Arrows)” 8 แฉก

✦ มองจากด้านล่างของเพชร (Bottom View) จะเห็นลวดลาย “รูปหัวใจ (Hearts)” 8 ดวง

ลวดลายนี้เกิดจากการจัดเรียงเหลี่ยมเพชรอย่างสมดุลและเท่ากันทุกมิติ แสดงถึงความประณีตในการเจียระไนระดับสูง

อย่างไรก็ตาม Hearts & Arrows ไม่ได้เป็นเกรดที่ระบุในใบเซอร์ GIA โดยตรง แต่เป็นคุณสมบัติเชิง Optical Precision ที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ประเมินเพิ่มเติม

เพชรที่มี Hearts & Arrows มักให้ภาพรวมของประกายไฟที่สม่ำเสมอ และความสมดุลของแสงที่สวยงามเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพชร Round Brilliant คุณภาพสูงสุดในด้านงานเจียระไน

gh-4C'sDiamond5

line

©️Gemo House. All rights reserved.

บทความเขียนโดยร้าน Gemo Houseไม่อนุญาตให้คัดลอก หรือนำไปใช้ในทุกกรณี