1

ทองคำขาว ทองขาว แพลทินัม และทอง 18K ต่างกันอย่างไร?

line

ไขความลับโลหะล้ำค่า ก่อนตัดสินใจเลือกแหวนเพชรในฝัน

เมื่อพูดถึงทองคำขาว ทองขาว แพลทินัม ทอง 90% หรือทอง 18Kหลายคนอาจเกิดความสับสนว่า “อันไหนดีกว่ากัน?” และที่พบบ่อยที่สุดคือความเข้าใจผิดระหว่าง “ทองขาว” กับ “แพลทินัม” เพราะภายนอกทั้งคู่ดูคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออก แต่แท้จริงแล้ว ทั้งสองวัสดุนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งในด้านส่วนผสม ความคงทน และราคาในบทความนี้ Gemo House จะพาคุณทำความเข้าใจวัสดุยอดนิยมที่ใช้ในงานจิวเวลรี่ พร้อมแนะนำข้อดี–ข้อเสียของแต่ละชนิด เพื่อช่วยให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจ ก่อนตัดสินใจลงทุนในเครื่องประดับเพชรสักชิ้นที่ “จะอยู่กับคุณไปจนนิรันดร์”

4
5

เสน่ห์ของทองคำที่มากกว่าความหรูหรา

ทองคำเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความงดงาม และความยั่งยืนที่อยู่คู่มนุษย์มานานหลายพันปี ไม่ว่าจะในรูปแบบเหรียญ สร้อย แหวน หรือของตกแต่ง ทองคำมักสื่อถึงคุณค่าเหนือกาลเวลา แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า เครื่องประดับทองจากแบรนด์ดังระดับโลกมักไม่ได้ใช้ “ทองคำบริสุทธิ์ 99.9%” หรือที่เราเรียกว่า “ทอง 24K” — แล้วทำไมพวกเขาจึงเลือกใช้ “ทอง 75%” หรือ “ทอง 18K” กันแทน?

บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ทอง 75% มีดีอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็นมาตรฐานของวงการเครื่องประดับ และมันแตกต่างจากทอง 96.5% หรือทองแท่งที่เราคุ้นเคยอย่างไร

why18Kgold
 
ทอง 18K คืออะไร? ต่างจากทอง 90% อย่างไร?

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกับคำว่า “K” กันก่อน
“K” ย่อมาจาก Karat ซึ่งเป็นหน่วยสากลสำหรับวัด “เปอร์เซ็นต์ของทองคำบริสุทธิ์” (ไม่ใช่ “Carat” ที่ใช้วัดน้ำหนักเพชร)

ส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เหลือนอกเหนือจากทองคำ (Au) คือโลหะ Alloyed ต่างๆ ที่เติมเข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวเรือน และมีสีตามที่ต้องการ เช่น เงิน (Silver) ทองแดง (Copper) แพลทินัม (Platinum) พาลาเดียม (Palladium)

ทอง 18K หรือ Au750 จึงถือเป็นระดับที่ “สมดุลที่สุด” — มีทั้งคุณค่า ความทนทาน และความงดงาม เหมาะสำหรับแหวนเพชรและเครื่องประดับระดับพรีเมียมที่ต้องการให้คงรูปและเงางามไปอีกนาน

ในทางกลับกัน ทองรูปพรรณตามร้านทางคือมีทอง 96.5% (หรือทอง 23K)แม้จะมีมูลค่าสูง แต่ก็มีข้อเสียสำคัญคือมีเนื้อนิ่มเกินไป ทำให้ตัวเรือนบิดงอ เสียรูปได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับการฝังเพชร เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เพชรหลุดจากตัวเรือนได้ง่าย

2
3


💬 สรุปสั้นๆได้ว่า : ทอง 18K คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องประดับเพชร เพราะมีทั้งมูลค่าและความแข็งแรงในเวลาเดียวกัน

✦ 24K = ทองคำ 99.99% (นิยมใช้ลงทุนทองคำแท่งทั่วโลก)

✦ 23K = ทองคำ 96.5% (นิยมใช้ในกลุ่มงานทองรูปพรรณ แบบไม่ประดับเพชร)

✦ 18K = ทองคำ 75% (มาตรฐานงาน Fine Jewelry ทั่วโลก)

✦ 14K = ทองคำ 58.3% (นิยมใช้ในงาน Fashion Jewelry)

✦ 9K = ทองคำ 37.5% (นิยมใช้ในงาน Low-Cost Jewelry)

แพลทินัม (Platinum) คืออะไร?

แพลทินัม คือโลหะหายากที่มีมูลค่าสูง และมีความบริสุทธิ์ราว 90–98% ใช้ในงาน Hi-End Jewelry ทั่วโลก ลักษณะภายนอกจะขาวเงาคล้ายทองขาว แต่แท้จริงแล้วต่างกันมากทั้งในด้านคุณสมบัติและราคา

ข้อดีของแพลทินัม

✦ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

✦ แข็งแรง คงทน ไม่เป็นรอยง่าย

✦ ไม่ต้องชุบโรเดียม เพราะสีขาวมาจากเนื้อแท้

✦ มีน้ำหนักและความรู้สึกมั่นคง

✦ เมื่อสวมใส่เป็นวัสดุหายาก แสดงถึงความพิเศษและคุณค่า

ข้อเสียของแพลทินัม

✦ ราคาสูงกว่าทองขาวราว 30–50%

✦ สำหรับงานแหวน จะปรับไซซ์ภายหลังได้ยากกว่า และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่างานทอง


ทองขาว VS แพลทินัม : ต่างกันอย่างไร?

แม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่ทองขาว (White Gold) คือทองคำที่ผสมกับโลหะที่มีสีขาว เช่นเงิน (Silver) หรือพาลาเดียม (Palladium) และต้องชุบผิวด้วย "โรเดียม” (Rhodium) เพื่อให้ตัวเรือนมีสีที่ขาวเงา

ในขณะที่แพลทินัม (Platinum) เป็นโลหะขาวจากธรรมชาติ สีจึงขาวนุ่มลึกโดยไม่ต้องชุบผิวใดๆ

6

ความแตกต่างหลักของวัสดุทั้งสองหลักๆคือแร่ธาตุ ความคงทน และราคา ที่ถึงแม้ว่าเมื่อดูจากภายนอกแล้วทั้งสองจะมีความคล้ายคลึงกันมาก ทำให้บางคนนิยมเรียกแพลทินัม (Platinum) ว่าทองคำขาวเพื่อไม่ให้ซ้ำกับทองขาว (White Gold) แต่กลายเป็นการสร้างความสับสนมากกว่าเดิม ทางที่ดีควรเรียกตามชื่อวัสดุนั้นๆเลย เพราะแพลทินัมคือแร่แพลทินัม (Pt) ส่วนทองคำคือแร่ทองคำ (Au) ซึ่งเป็นแร่ธาตุคนละชนิด ที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ทอง 18K (Au750) กับความงามที่ลงตัว : ไม่เข้ม ไม่จางเกินไป

สิ่งที่ทำให้ทอง 18K หรือ Au750 ได้รับความนิยมสูงในวงการเครื่องประดับระดับโลก คือ “สีทองที่พอดี” — ไม่เหลืองจัดเหมือนทอง 99.9% และไม่จางเกินไปเหมือนทอง 14K ที่นิยมในเครื่องประดับแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Cartier, Tiffany & Co., Bulgari, Chanel และ Van Cleef & Arpels ต่างใช้ทอง 18K เป็นมาตรฐานหลักในการผลิตเครื่องประดับทุกคอลเลกชัน เพราะให้ความรู้สึกหรูหรา ละเมียด และเหมาะกับทุกโทนผิว ทำให้ทอง 18K กลายเป็น วัสดุที่มีความยืดหยุ่นทางศิลปะ สามารถออกแบบได้ทั้งแนวคลาสสิกและร่วมสมัย

การดูแลรักษาทอง 18K (Au750) ให้อยู่คู่คุณนาน

แม้ทอง 18K จะทนกว่าทอง 24K แต่การดูแลก็ยังสำคัญ

✦ หลีกเลี่ยงการใส่อาบน้ำ คลอรีน หรือสารเคมี

✦ เก็บแยกจากเครื่องประดับอื่นเพื่อลดรอยขีด

✦ หากเป็น 18K White Gold ควรชุบโรเดียมซ้ำทุก 1–2 ปี เพื่อคงความเงา

การดูแลที่ถูกวิธีจะช่วยให้ทอง 75% คงสีสวยและคุณค่าได้นานหลายสิบปี

ทำไม Gemo House เลือกใช้ “18K Gold” หรือ “Au750” สำหรับงาน Fine Jewelry

1. สมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความสวยงามและความแข็งแรง

✦ ทองคำ 24K แม้บริสุทธิ์แต่เนื้ออ่อนเกินไปสำหรับสวมใส่ทุกวัน

✦ ทอง 14K และ 9K มีทองคำเป็นส่วนผสมน้อยกว่า จึงมีราคาถูกกว่า เพื่อเป็นการลดต้นทุนของผู้ผลิต มีข้อเสียหลักๆคือ “สีซีด” และ “กรอบแตกง่าย” เมื่อสวมใส่ไปนานๆ เนื่องจากโลหะอื่นในส่วนผสมทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้เครื่องประดับของคุณมีรอยแตกรอยร้าว หรือรอยหัก ซึ่งยากที่จะซ่อมแซมให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิม

✦ ทอง 18K มีทองแท้ 75% ผสมโลหะอื่น 25% ให้ความแข็งแรงทนทานโดยไม่สูญเสียความเงางามของทองแท้

2. เฉดสีทองที่หรูหราและดูแพงกว่า

เฉดสีทองของ 18K จะดูนุ่มลึก อบอุ่น และมีประกายหรูหรา เหมาะกับผิวทุกโทนและทุกโอกาส

3. ปลอดภัยสำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย

ทอง 18K ของ Gemo House ใช้โลหะผสมคุณภาพสูง เช่น พาลาเดียม(Palladium) หรือเงิน (Silver) จึงลดโอกาสแพ้โลหะ

4. มีมูลค่าและความหมายที่ยั่งยืน

18K Gold เป็นโลหะมีค่าที่สามารถเก็บสะสมได้ มีมูลค่าสูงกว่า 14K ไม่หมองง่าย และเหมาะสำหรับสวมใส่ในระยะยาวจึงเป็นตัวเลือกที่สื่อถึงความ “รักนิรันดร์” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยงานที่ร้านสามารถเลือกผลิตได้ทั้งหมด 4 สี

✦ White gold - สีขาว เหมาะกับผู้สวมใส่ที่มีผิวขาว

✦ Yellow gold - สีทอง เหมาะกับผู้สวมใส่ที่มีผิวเข้ม ทำให้เพชรน้ำรอง (น้ำต่ำกว่า 92%) ดูขาวขึ้นเล็กน้อย

✦ Rose gold - สีชมพู เหมาะกับผู้สวมใส่ทุกสีผิว

✦ Light gold - สีทองอ่อน เหมาะกับผู้สวมใส่ทุกสีผิว สีทองละมุน ไม่เข้มจนเกินไป

7


Gemo House’s Recommendation

แหวนเพชรหรือเครื่องประดับทุกชิ้น ไม่เพียงสะท้อนรสนิยม แต่ยังบอกเล่าตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจนหากคุณยังไม่แน่ใจว่าวัสดุไหนเหมาะกับคุณที่สุด ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Gemo House พร้อมให้คำปรึกษาแบบส่วนตัว เพื่อช่วยคุณค้นหาเพชรน้ำงามและดีไซน์ที่สะท้อนความเป็น “คุณ” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ค้นพบความงดงามเหนือระดับจากคอลเลกชัน Fine Jewelry ของเรา

✨ ติดต่อ Gemo House เพื่อเริ่มต้นสร้างเครื่องประดับเพชรในฝัน ที่จะเปล่งประกายอยู่กับคุณไปตลอดกาล

line

©️Gemo House. All rights reserved.

บทความเขียนโดยร้าน Gemo Houseไม่อนุญาตให้คัดลอก หรือนำไปใช้ในทุกกรณี